สวัสดีครับ หลังจากที่เราได้แชร์เทคนิคการจัดทริปสิคโปร์อย่างไรให้ประหยัดกันไปแล้ว

วันนี้ผมจะเอาทริปสิงคโปร์ที่ผมเคยไปมา มาเล่าให้เพื่อนๆได้เป็นแนวทางในการเที่ยวในสิงคโปร์

การเดินทาง ทริปนี้เราเดินทางด้วยสายการบินแอร์เอเชีย เพราะช่วงนั้นได้โปรราคาถูกพอดี และเพื่อนๆก็สามารถหาโปรดีๆ แบบนี้ได้โดยคลิกที่ https://www.traveloka.com/th-th/flight/to/Singapore.SIN/1

ใช้เวลาประมาณ 1 ชัวโมงกว่าๆ ก็มาถึงสนามบินสิงคโปร์ เค้าจะมีการจัดนิทรรศกาลหมุนเวียนไปเรื่อยๆ ตอนที่เราไปเป็นเทศกาลว่าวครับ

จากนั้นเราก็เดินทางไปที่พักก่อน ซึ่งที่พักของเราเรียกว่า เป็นโฮสเทล อยู่ในไชน่าทาวน์  ชื่อว่า Beary nice

สามารถ จองที่พักได้โดยการ คลิกที่นี่

เป็นห้องพักแบบนอนรวมครับ ห้องพักก็สะอาดสะอ้านดี พนักงานยิ้มแย้มแจ่มใส ราคาตกประมาณ คืนละ 700 บาท/คน

มาถึงเป็นช่วงเที่ยงพอดี ภาระกิจแรกเราคือ ตามหาข้าวมันไก่สิงคโปร์ ซึ่งเราสามารุเดินไปได้ครับ อยู่ในย่านไชน่าทาวน์พอดี ที่ Maxwell food centre

ร้านที่คนมุงเยอะๆและครับ เดินเข้าไปได้เลย

ใช้เวลาต่อคิวประมาณสิบนาที ในที่สุดก็ได้มา

เพิ่มเงินอีกนิดหน่อย จะได้ผัดถั่วงอกมาด้วย

ไก่เนื้อหนานุ่ม แตกต่าง จากบ้านเรา แล้วเค้าจะมีน้ำซุปบางอย่างราดลงไปเพิ่มความชุ่มฉ่ำและรสชาติได้ดีเลย น้ำจิ้มก็จะมีสองแบบ คือ ซีอิ้วหวาน แล้วก็ คล้ายๆกับน้ำส้ม ผมชอบเลยครับ คุ้มค่ากับที่ดั้นด้นมาชิม

จากนั้นเราก็มาที่วัดพระเขี้ยวแก้ว

มีที่ให้เขียนคำอธิษญาน

ไหว้พระขอพรกันได้ครับ

ชั้นที่2 จะเป็นพิพิธภัณฑ์ และประวัติของวัดครับ

ชั้นที่3 เป็นที่เก็บพระบรมสารีริกธาตุส่วนฟัน ของพระพุทธเจ้าครับ แต่ที่ชั้นนี้ห้ามถ่ายรูปก็เลยไม่มีรูปมาฝากครับ

ไปต่อกันที่ fountain of wealth หรือน้ำพุแห่งความสำเร็จ ที่นี่จัดว่าแหล่งรวมพลังของฮวงจุ้ยที่ดีที่สุดของสิงคโปร์ เชื่อว่าใครได้ไปสัมผัสน้ำที่นี่จะสำเร็จตามที่ขอ

การเดินทาง สามารถเดินทางด้วยรถไฟฟ้า ไปลงที่ MRT Esplanade เดินเข้าไปในตัวตึก Suntec City และเดินตามป้ายบอกทางมายัง Fountain of Wealth หรือจะมาลงที่ MRT Promenade ก็ได้เช่นกัน ส่วนคนที่มาทางสายสีเขียว/แดง ให้ลงที่ MRT Cityhall เดินเลี้ยวขวามาทาง City Link Mall ที่เป็นห้างใต้ดินเชื่อมต่อไปยัง MRT Esplanade

วิธีการอธิษฐาน จะต้องเอามือแช่ลงในน้ำแล้วเดินวนอธิษฐานตามเข็มนาฬิกา 3 รอบครับ

ที่นี่ยังมีการจัดแสดงแสงสี สวยงามอีกด้วยครับ

แล้วเราก็กลับไปหาของอร่อยกันแถวๆที่พักในไชน่าทาวน์

ได้มาเป็นบะหมี่เป็ด กับหมูแดง อร่อย แล้วก็ราคาไม่แพงด้วยครับ

ขนมหวานเป็น ลอดช่องราดน้ำน้ำตาลข้นๆ เป็นซิกเนเจอร์ของสิงคโปร์เลยครับ

เช้าวันที่2 เราไปทานขนมปังสังขยา กันที่ร้าน Ya Kun kaya toast สามารถเดินมาได้จากที่พักเลยครับ

สั่งไข่ลวก กาแฟ แล้วก็ขนมปัง

ขนมปังจะกรอบนิดๆ ทาเนย แล้วก็ก็มีไส้เป็นสังขยา ไม่เหมือนใครจริงๆ อร่อยมาก

ระหว่างทางกลับมาขึ้นรถไฟฟ้า มีสตรีทอาร์ทให้ถ่ายรูปกันพอกรุบกริบๆ

โปรแกรมในวันนี้เราจะไป Marina Bay และ Garden by The Bay

การเดินทางไปถ่ายรูปกับ Merlion

นั่งรถไฟ mrt สายสีแดง หรือ สีเขียว มาลงที่ สถานี Raffles Place แล้วเดินตามป้ายมายัง One Fullerton วิธีเดินมีสองทาง

  • เดินมายังโรงแรม Fullerton แล้วลงมาที่ทางเชื่อมใต้ดินเพื่อข้ามมายังฝั่ง One Fullerton ที่เป็นโซนร้านอาหาร ร้านกาแฟริมอ่าว อันเป็นส่วนหนึ่งของ Merlion Park
  • เดินข้างๆ โรงแรม Fullerton มายังถนน Fullerton ผ่านหน้าโรงแรมไปยังถนนใต้สะพานเพื่อเดินลอดเชื่อมไปยัง Merlion ได้เลย ใครจะข้ามสีแยกไฟแดงด้านบนก็ไม่ว่ากันครับ

ไปต่อกันที่ Garden by The Bay

การเดินทางไปยัง Gardens by the Bay

นั่งรถไฟฟ้าสาย Circle Lineไปลงสถานี MRT Bayfront ทางออก Gardens by the Bay

หลังจากที่ออกจากรถไฟฟ้าก็จะเจอกับทางเข้าสวน สามารถเดินเข้าไปข้างในได้เลย ใช้เวลาประมาณ 5-10 นาที

หรือจะใช้บริการ Shuttle Bus ก็ได้ครับ แต่มีค่าบริการไป-กลับ คนละ 2 SGD

ที่นี่จะมีทั้งโซนที่ฟรี และ เสียเงิน

โซนที่เสียเงินจะเป็น Dome 2 อัน คือ Cloud Forest และ Flower Dome อัตราค่าเข้า คนละ 28 SGD แต่ถ้าซื้อผ่านเอเจ่นมาก่อน จะได้ราคาประมาณ 19 SGD

Flower Zone จะมีดอกไม้นานาชาติ สวยงามตลอดปี

Cloud Forest เป็นการจำลองป่าฝน โดดเด่นด้วยน้ำตกขนาดใหญ่ และทางเดินลอยฟ้า เล่นเอาคนที่กลัวความสูงต้องขาสั่นกันไป

ตอนเย็นเราไปเก็บแสงเย็นอีกครั้งที่ Marina ฺBay

วันนั้นมีการซ้อมใหญ่อะไรซักอย่าง มีการจุดพลุที่กลางอ่าวด้วย แต่ความสามารถน้อยนิด ถ่ายมาได้แค่นี้

ปิดท้ายด้วยการไปถ่ายแสงบนม่านน้ำที่ หน้าดึก Marina Bay Sand อีกครั้งครับ

วันที่ 3 เรามีโปรแกรมที่ Universal Studio

ลืมบอกไปว่า ที่พักของเรามีอาหารเช้าให้ด้วยนะครับ เป็น กาแฟ โอวัลติน ซีเรียล แล้วก็ขนมปัง

จากนั้นเราก็ไปที่ Universal Studio

ค่าบัตรผ่านประตู คนละ 64 SGD แต่ถ้า ต้องการ Express จะเพิ่มอีกคนละ 50 SGD โดยราคาจะแพงขึ้นตามจำนวนคนที่เข้ามาในสวนสนุก

ไฮไลท์อยู่ที่ ทรานฟอร์เมอร์ กับ The Mummy

ถ่ายรูปได้แค่นี้ก็ต้องเอากล้องไปเก็บในล็อกเกอร์แล้วครับ เพราะส่วนมากเครื่องเล่นจะไม่ให้พกอะไรเข้าไป

ตอนเย็นจะมีการแสดงอีกแล้วครับ เป็นการแสดงเรื่องราว ตำนานความรักของ นกกระเรียนคู่รัก Crane Dance โชว์สุดอลังการแห่งเกาะเซ็นโตซ่า เพื่อสื่อถึงเรื่องราวความรักของนกกระเรียน 2 ตัวซึ่งสร้างจากหุ่นยนต์ แต่ละตัวมีน้ำหนักกว่า 65 กิโลกลับและสูงถึง 24 เมตร บังคับให้เคลื่อนไหวได้อย่างสมจริงจนดูเหมือนนกกระเรียนมีชีวิต ประกอบกับแสงสีเสียงที่ใช้เทคนิคพิเศษต่างๆจึงทำให้เป็นหนึ่งในโชว์ที่มีความอลังการและไม่ควรพลาด มีโชว์ทุกวันเวลา 20.00 น. บริเวณริมน้ำด้านหน้า Adventure Cove Waterpark

วันที่ 4 วันนี้เราต้องเดินทางกลับเมืองไทยกันแล้ว ปิดการเดินทางทริปนี้ด้วย งบไม่ถึง 10,000 บาท ที่เก็บความประทับใจไว้ได้มากมาย แล้วเราจะเยือนสิงคโปร์อีกครั้งครับ

Comments

comments

NO COMMENTS

LEAVE A REPLY